น่าประหลาด ... เด็กหญิงเห็นการวิวาทของพ่อกับแม่ ... เป็นแค่วรรณกรรม

เปล่าเลย เด็กหญิงใช่ไร้ใจ น้ำตาที่ไหลของพวกเขายังคงไหลเปื้อนแก้มใจของเด็กหญิง
ทว่าดวงใจที่ซึมซับรับน้ำตาเหล่านั้น ไม่ได้แปรสภาพไปตามน้ำตาที่มันรับมาเหมือนในอดีต
"มันไม่ใช่ความชาชิน" เด็กหญิงกล่าวแก่เพื่อนครั้งยังเยาว์
"และมันไม่อาจลืมเลือน" เด็กหญิงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในอณูกระดูกของเธอได้บันทึกทรงจำนานัปประการ

ไม่ว่าจริงหรือลวง เด็กหญิงไม่อาจทิ้งความทรงจำใด ๆ ได้เลย ...
และครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ปรากฏการณ์ธรรมดาของโลกจำต้องเกิดขึ้น ...
เด็กหญิงนิ่งเงียบ ทว่าในหัวประมวลสรรพสิ่ง
อะไร ทำไม เพราะอะไร จะแก้ไขอย่างไร

เมื่อเด็กหญิงมองว่ามันเป็นวรรณกรรม อะไรก็ดูจะถอยห่างออกมามองได้ง่ายขึ้น ...
ไม่มีแล้วความระทมครั้งก่อนเก่า
สิ้นแล้วความกระวนกระวาย
เด็กหญิงรักเขาทั้งสอง และเพราะรักเธอจึงไม่กระวนกระวาย
ไม่ขวนขวาย ไม่เรียกร้อง ให้เกิดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
เพราะรักเขาทั้งสอง เธอจึงพยายามทำความเข้าใจ

เพราะอะไร เพราะอะไร ปัญหาอยู่ตรงไหน จะแก้ไขอย่างไร ...
เด็กหญิงขบคิด แต่ก็ยังไม่ทะลุปรุโปร่ง ... ก็เด็กหญิงเป็นเพียงเด็กหญิง
เด็กหญิงบอกแก่เขาและเธอ ...
แล้วได้แต่รอ ... รอว่าวันใด ... รักจะฟื้นขึ้นในดวงใจของพวกเขาอีกครั้ง ...
และพวกเขาจะได้เข้าใจและเรียนรู้กันและกันอยู่เสมอ

เด็กหญิงยิ้มรับน้ำตาที่อาบซาบซึมเข้าสู่ดวงใจของเธอ ... อย่างปริ่มสุข

 

ขอบคุณเธอ

posted on 28 Nov 2009 23:36 by vacant  in sansan

 

"ฉันอยู่ตรงนั้นแหละ แต่เธอไม่เห็นฉันเท่านั้นเอง" เสียงจากปากเขาทว่าเป็นสารที่เธอแสดงไว้

นิ่งงัน ทำไมถึงไม่เคยคิดเช่นนั้นนะ ...
ขอบคุณจริง ๆ สำหรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ...
ชีวิตยังต้องผ่านอะไรอีกมากมาย ...
ฉันเกือบตายทางฝ่ายจิตก็หลายครั้ง ...
ด้วยความแข็งขืนต่อเธอ ...
ด้วยความถือดี ...
แต่กระนั้นเธอก็ยังคอยประคองในยามที่ฉันต้องการ ...
แม้ว่าจะผ่านเขาหรือใคร ... แต่ันั่นล้วนเป็นเธอ

บัดนี้ฉันไม่เพียงแต่เห็นเธอ ...
แต่รู้สึกถึงเธออยู่ทุกกาล ...
เธออยู่ในบทกวีที่ฉันแต่ง ...
เธอแสดงตนอยู่ในภาพต่าง ๆ ที่ฉันเห็น ...
บัดนี้ เสียงใบไม้ก็หวานไม่ต่างอะไรจากเสียงเธอ ...

บทกวีของฉันเกิดขึ้นมาได้ส่วนหนึ่งก็เพราะเธอ ...
ขอบคุณที่เธอส่งเขามาเป็นปัจจัยผลักดันให้เกิดเชื้อกวีในกายฉัน
ขอบคุณที่เลือกให้ฉันรับรู้เธอผ่านบทกวี ผ่านอักษร...

เส้นทางแห่งตรรกะและตัวแปรย่อมเข้าถึงเธอได้ไม่แพ้กัน
ทว่าฉันจำต้องกล่าวว่า เธอเก่งเหลือเกินที่มอบให้ฉันรับหน้าที่ผ่านอักขระและภาษา
เธอเก่ง ที่ให้ฉันได้สัมผัสรสชาติของตัวแปรและทฤษฎีบท
ก่อนจะให้ฉันได้ลิ้มรสหอมหวานแห่งภาษาอย่างมีวิจารณญาณที่สอดผสานอารมณ์

ตลอดเวลาที่ฉันได้รับการปลอบประโลมจากเธอ ...
ฉันไตร่ตรองอยู่เสมอ ...
เธอคือหนึ่งเดียวในทุกสิ่ง ...
ขอบคุณที่ส่งฉันมา เฝ้ามองฉัน และตบแต่งฉันให้เป็นเช่นทุกวันนี้ ...
เขาและฉันต่างเป็นเครื่องมือของเธอ ...
ฉันจะเพียรถ่อมตัวลงในทุกวัน ... และจะเห็นเธอในเขาและใครทุกคนอยู่เสมอ ... 

และถ้าเธอเห็นว่าฉันรักเขา หรือรักใครต่อใคร ... นั่นก็เพราะ่ว่าฉันรักเธอ