จังหวะการก้าวย่างกลางป่าฝน
ปะปนบ่นพร่ำคำหยาบเถื่อน
ลุกลี้เร่งรัดสะบัดเบือน
ใจเลือนไปลิบสิบก้าวแล้ว
เด็กสาวก้าวตามจังหวะนั้น
ป่วนปั่นหวั่นไหวหายใจแผ่ว
เหนื่อยเหลือเหงื่อไหลให้วาวแวว
ดุจแก้วกลางแดดที่แผดกรุง
เธอมีมุ่งหมายกระหายฝัน
จึงเดินด้นดั้นเพื่อวันพรุ่ง
แหงนมองท้องฟ้านภารุ้ง
เฟื่องฟุ้งแต่ฟ้าลืมค่าดิน
ยามนั้นเธอเดินแดนพิสุทธิ์
เท้าเธอก็สะดุดกับก้อนหิน
เธอจึงได้ก้มมาชมดิน
จึ่งน้ำตาเธอรินรดดินแดน
ภาพฝันพลันหายไปหลายส่วน
ปั่นป่วนครานี้สิเหลือแสน
หนึ่งชายไร้ชื่อคือตัวแทน
ผู้คนข้นแค้นได้ครบครัน
เธอจึงหยุดเดินหยุดเมินหน้า
แลเต็มสองตา ณ หินนั่น
บังเกิดจิตใจใสอนันต์
เมตตาเกินกั้นในกรอบใจ
และแล้วลังเลก็ลุกลาม
หวงห้ามดวงจิตนิมิตใส
เกิดขุ่นวุ่นวายซัดส่ายไป
เธอถาม "ทำไมใจจึงกลัว?"
และในขณะหนึ่งที่เธอแกร่ง
นัยน์ตาเผยแสดงแสงสลัว
แล้วเรืองรุ้งรองสิ้นหมองมัว
ลบล้างรอยกลัวที่เกาะกุม
เธอจึงค้นขนมปังแล้วนั่งลง
ยื่นตรงไปยังชายหนุ่ม
มือผอมผายรับราวแร้งรุม
ยิ้มคลุมใบหน้าทั้งคู่นั้น
เธอเดินจากไปในจังหวะ
ดูจะละม้ายคล้ายฝัน
เขาคว้าห่อขนมก้มลงพลัน
แกะมันกลืนหมดรสโอชา
เธอหันกลับมามองก้อนหิน
ขณะเธอโบยบินสู่ถิ่นป่า
เขายิ้มกับห่อขนมชมชื่นตา
เธอจึงไม่ปรารถนาอะไรแล้ว ...